FitTalks Body Wrapper

น้ำหนักตัวเท่าไหร่ที่เราจะรู้สึกดีที่สุด

น้ำหนักตัวเท่าไหร่ที่เราจะรู้สึกดีที่สุด

ร่างกายที่แข็งแรงจะเรียนรู้ที่จะอยากกินอาหารที่มีประโยชน์ แต่เมื่อเราคุมอาหารนานเข้า ก็มีบางวันที่เราหลุด ต้องการซื้อเสพอาหารที่เราอยาก อาหารแบบที่อุทานหนักมาก ประหนึ่งว่าร่างกายบอกเราว่า เราควรเพิ่มน้ำหนัก ควรเพิ่มแคลอรีให้มากขึ้นบ้าง ถ้าฟังให้ดี แบบตั้งใจและไม่อคติ เราก็จะได้ยินค่ะ
.
ร่างกายเราจะมีขอบเขตโดยประมาณของน้ำหนัก หรือ weight range เป็นเกณฑ์ที่เราจะรู้สึกดีที่สุด คุ้นที่สุด ซึ่งก็จะขึ้นลงอยู่ในขอบเขตนั้น ซึ่งเป็นกรอบตัวเลขน้ำหนักที่เราจะวนเวียนอยู่ตรงนั้นมากที่สุด
.
ถ้านึกย้อนกลับไปตอนอายุน้อยกว่านี้ แต่ละช่วงเราก็จะมีจุด set point ของน้ำหนักในช่วงอายุนั้นที่เราเวียนวนอยู่ นึกให้ดีจะเห็นว่าเป็นเพราะระบบเผาผลาญ นิสัย อาหาร กิจวัตรที่ต่างกับตอนช่วงอายุอื่นๆ
.
ตอนนี้ที่ต่างประเทศกำลังมีประเด็นในเรื่องของรายการทีวีที่ทำให้คนลดน้ำหนักได้เร็ว เช่น The Biggest Loser เพราะว่าเมื่อกลับไปสำรวจแล้วปรากฏว่าคนที่เคยร่วมแข่งขันน้ำหนักกลับมาเพิ่มขึ้นประมาณ 70% ของน้ำหนักที่ลดไปในระหว่างที่ถ่ายรายการ และระบบการเผาผลาญก็ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ก็เลยมีการกลับมาวิเคราะห์และเปิดประเด็นว่า ที่จริงแล้วร่างกายคนเราแต่ละคนก็จะมีน้ำหนักที่เราวนเวียนอยู่ ไม่มีการแก้ไขที่รวดเร็วแบบ quick fix
.
จุด set point นี้ถ้าเราไม่มีปัจจัยภายนอกเข้ามายุ่งเกี่ยว ร่างกายเราก็จะมีระบบที่จะทำให้ตัวเราอยู่ที่น้ำหนักนั้นอยู่แล้ว ทั้งนี้เพราะว่าร่างกายเรามีสิ่งที่เรียกว่า natural biological guards ที่ป้องกันไม่ให้เราลดน้ำหนักมากเกินไปหรือน้ำหนักเพิ่มมากเกินไปจากจุดพอดีนี้ของเรา แบบฮวบฮาบ
.
สมมติว่าเรากินเยอะไปมากหนึ่งวัน ฮอร์โมนหิวของเราก็อาจจะเปลี่ยนไปในวันถัดมา เราก็จะรู้สึกอยากกินผักหรือกินน้อยลงตามธรรมชาติ ระบบการเผาผลาญก็จะตื่นตัว เพื่อเผาผลาญแคลอรี่ที่เกินมา นี่คือระบบป้องกันธรรมชาติที่ช่วยปกป้องเราจากการเปลี่ยนแปลงที่ฉับพลัน หรือมากไป มันคือระบบร่างกายแบบปกติๆที่เรามองข้ามและลืมใช้ประโยชน์มัน แต่กลับเลือกที่จะอุดหู มึนชามุ่งหน้าเชื่อฟังแรงจูงใจภายนอกที่ทำให้เราอยาก
.
ปัญหาส่วนใหญ่เลย คือปัจจัยภายนอกที่มีบทบาทต่อการกินของเรา เช่นโฆษณาในทีวี อาหารจานด่วนที่เน้นเร็วแต่ไม่เน้นสารอาหาร fast food ต่างๆ การดูทีวีไปกินอาหารไป จนลืมตัวและไม่ได้โฟกัสที่อาหารเลยทำให้เรากินมากกว่าจุดอิ่ม
.
สิ่งที่เราควรจะทำก็คือ ทำให้อาหารเรานั้นสดและ ใกล้เคียงรูปแบบตามธรรมชาติที่สุด เช่นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ผัก ผลไม้ ขนมปังธัญพืช ไม่ใช่แกงคั่วน้ำมันเยิ้มใส่โปรตีนไม่ถึงหยิบมือ เน้นน้ำแกงราดข้าวเป็นต้น นึกออกไม๊คะ
.
เราจะเปลี่ยนจุดตรงกลางได้อย่างไร
.
การเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อไปหาจุดความพอดีนั้นทำได้ค่ะ ไม่ใช่วนเวียนอยู่ตรงไหนก็จะวนอยู่ตรงนั้นทั้งชาติ เหมือนกับบางคนลดน้ำหนักแล้วก็ผอมได้ตลอดไป คือจะผอมตลอดไปได้เราต้องไปสร้างค่าใหม่ จุดใหม่ให้ร่างกาย
.
ทางหนึ่งที่ช่วยได้คือ สร้างนิสัยออกกำลังกายขึ้นมาใหม่ เราอาจจะคิดว่า การลดน้ำหนักเกิดจาก 70% อาหาร 30% ออกกำลังกาย แต่การรักษาน้ำหนักใหม่ให้ถาวรจะรักษาได้ด้วยการเพิ่มการออกกำลังกายเข้าไปค่ะ เราจะนั่งกินน้อยอยู่ทั้งปีทั้งชาติแล้วหวังผลเดิม ผอมเหมือนเดิมไม่ได้ อาจจะเป็นการออกกำลังกายแบบสร้างกล้าม เพื่อเพิ่มการเผาผลาญก็ได้ค่ะ
.
และแน่นอนว่า เลือกวิธีลดหุ่นแบบช้าๆ จริงๆนะคะ อย่าใจร้อน ทำอย่างสม่ำเสมอ ลดแคลอรีนิดนึง ทำทุกวันก็เป็นครึ่งกิโลต่ออาทิตย์ได้ 2 อาทิตย์ก็ 1 กิโลแบบไม่โยโย่ แล้วเราอยู่ที่น้ำหนักไหนนานๆ น้ำหนักนั้นก็จะเป็นจุด set point ของเรา เป็นน้ำหนักถาวรของเรา
.
เราต้องปรับนิสัย การเคลื่อนไหว การกินของเรา เพื่อให้ร่างกายเราชินกับน้ำหนักใหม่ set point ใหม่ เพื่อร่างกายจะได้ไม่ดิ้นรนกลับไปที่ set point เดิม
.
เราหลอกร่างกายเราด้วยวิธีเร็วๆ โกงๆไม่ได้หรอกค่ะ ถึงได้ก็ไม่ได้นาน ร่างกายเราถูกสร้างมาให้ฉลาดกว่าเราเสมอ สิ่งที่เราต้องทำคือ ทำงานร่วมกันกับระบบร่างกายเราค่ะ
.
ทำงานร่วมกันค่ะ

โค้ชเอิน xx